ประวัติกีฬาตะกร้อ ทั้งประเทศไทยและต่างประเทศ

ประวัติกีฬาตะกร้อ

ประวัติกีฬาตะกร้อ

กีฬาตะกร้อเป็นกีฬายอดนิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย และเวียดนาม มีการเผยแพร่ไปทั่วโลก และได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี พ.ศ. 2565 สหพันธ์ตะกร้อนานาชาติ (ISTAF) มีสมาชิก 130 ประเทศ

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กีฬาตะกร้อเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมอย่างมาก มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาตะกร้อชิงแชมป์โลก และการแข่งขันกีฬาตะกร้อชิงแชมป์เอเชีย ผ่านทางโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ ส่งผลให้มีผู้ชมกีฬาตะกร้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กีฬาตะกร้อในประเทศไทย

กีฬาตะกร้อเป็นกีฬายอดนิยมของคนไทยมาช้านาน มีการเผยแพร่ไปทั่วประเทศ และจัดการแข่งขันกันอย่างแพร่หลาย ทั้งระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับนานาชาติ ประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาตะกร้อชิงแชมป์โลกมาแล้ว 2 ครั้ง คือ ในปี พ.ศ. 2529 และ พ.ศ. 2555

ประเทศไทยมีนักกีฬาตะกร้อที่เก่งกาจมากมาย เคยคว้าเหรียญรางวัลจากการแข่งขันกีฬาตะกร้อชิงแชมป์โลกหลายสมัย โดยประเภททีมชาย เคยคว้าแชมป์โลก 3 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2529 พ.ศ. 2541 และ พ.ศ. 2555 ประเภททีมหญิง เคยคว้าแชมป์โลก 1 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2555 และประเภทเดี่ยวชาย เคยคว้าแชมป์โลก 1 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2555

กีฬาตะกร้อเป็นกีฬาที่สนุกสนาน ตื่นเต้นเร้าใจ และมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพราะเป็นกีฬาที่ต้องใช้การทรงตัว สมาธิ และทักษะการเคลื่อนไหวร่างกาย

ประวัติกีฬาตะกร้อ

ประวัติกีฬาตะกร้อ

ประวัติกีฬาตะกร้อ ประเทศไทย

ตะกร้อหรือเซปักตะกร้อ (อังกฤษ: Sepak Takraw) เป็นกีฬาพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ เช่น ชิงลง (พม่า) ซีปักรากา (มาเลเซีย) ซีปัก (ฟิลิปปินส์) เตกโก (จีน) กัมพูชาเรียกว่า เซปัก โดก ไทยเรียกว่า ตะกร้อ เป็นต้น

ประวัติความเป็นมาของตะกร้อในประเทศไทย มีหลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดคือภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดพระแก้ว กรุงเทพมหานคร ที่สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2328 ซึ่งเป็นตัวแทนของศิลปะรามเกียรติ์ มีภาพหนุมานกำลังเล่นตะกร้อท่ามกลางฝูงลิง นอกจากนี้ ยังมีบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่กล่าวถึงกีฬาชนิดนี้ เช่น พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ ระบุว่า สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม โปรดให้ข้าราชบริพารเล่นตะกร้อในที่พระที่นั่งไพศาลทักษิณ เมื่อปี พ.ศ. 2263

จากหลักฐานดังกล่าว สันนิษฐานได้ว่า ตะกร้อมีมาในประเทศไทยตั้งแต่สมัยอยุธยา และพัฒนามาเป็นกีฬาอย่างในปัจจุบัน โดยมีการปรับปรุงกติกาและอุปกรณ์การเล่นให้ทันสมัยมากขึ้น จนกระทั่งได้รับการยอมรับให้เป็นกีฬาสากลในปี พ.ศ. 2527

ประวัติกีฬาตะกร้อ ต่างประเทศ

ประวัติเซปักตะกร้อต่างประเทศ สันนิษฐานว่ากีฬาเซปักตะกร้อมีต้นกำเนิดมาจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ไทย มาเลเซีย พม่า ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย แต่ละประเทศมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไป เช่น ในประเทศไทยเรียกว่า “ตะกร้อ” ในประเทศมาเลเซียเรียกว่า “ซีปักรากา” ในประเทศพม่าเรียกว่า “ชี่นโล่น” ในประเทศฟิลิปปินส์เรียกว่า “ซิปะก” และในประเทศอินโดนีเซียเรียกว่า “เซปัก”

ประเทศที่อ้างว่าเป็นต้นกำเนิดของกีฬาเซปักตะกร้อคือประเทศไทย เนื่องจากมีหลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดคือภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดพระแก้ว กรุงเทพมหานคร ที่สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2328 ซึ่งเป็นตัวแทนของศิลปะรามเกียรติ์ มีภาพหนุมานกำลังเล่นตะกร้อท่ามกลางฝูงลิง นอกจากนี้ ยังมีบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่กล่าวถึงกีฬาชนิดนี้ เช่น พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับหลวงประเสริฐอักษรนิติ์ ระบุว่า สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม โปรดให้ข้าราชบริพารเล่นตะกร้อในที่พระที่นั่งไพศาลทักษิณ เมื่อปี พ.ศ. 2263

นอกจากประเทศไทยแล้ว ยังมีประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่อ้างว่าเป็นต้นกำเนิดของกีฬาเซปักตะกร้อเช่นกัน เช่น มาเลเซีย พม่า และฟิลิปปินส์ โดยแต่ละประเทศต่างมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมาสนับสนุนการอ้างสิทธิ์ของตน

กีฬาเซปักตะกร้อได้รับการยอมรับให้เป็นกีฬาสากลในปี พ.ศ. 2527 โดยสหพันธ์ตะกร้อนานาชาติ (ISTAF) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2519 มีสมาชิก 130 ประเทศในปัจจุบัน โดยประเทศที่ประสบความสำเร็จในกีฬาเซปักตะกร้อมากที่สุดคือประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

กติกาตะกร้อ

ติกาตะกร้อ

กีฬาตะกร้อมีกติกาการเล่นที่เรียบง่าย ผู้เล่นจะใช้เท้า เข่า ศีรษะ และลำตัวสัมผัสลูกตะกร้อให้ข้ามตาข่ายไปฝั่งตรงข้าม โดยฝ่ายใดทำลูกตกพื้นหรือข้ามตาข่ายออกนอกแดนเสียคะแนน ฝ่ายที่ได้คะแนนมากกว่าเมื่อสิ้นสุดการแข่งขันจะเป็นฝ่ายชนะ

กติกาการเล่นตะกร้อสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

  • ตะกร้อประเภททีม แบ่งออกเป็น 2 ประเภทย่อย คือ ตะกร้อทีมชาย และตะกร้อทีมหญิง แต่ละทีมมีผู้เล่น 9 คน แบ่งเป็น 3 คนด้านหน้า และ 6 คนด้านหลัง ผู้เล่นด้านหน้าจะยืนในแดนของตนเอง ผู้เล่นด้านหลังจะยืนในแดนหลังตาข่าย

  • ตะกร้อประเภทเดี่ยว แบ่งออกเป็น 2 ประเภทย่อย คือ ตะกร้อเดี่ยวชาย และตะกร้อเดี่ยวหญิง แต่ละฝ่ายมีผู้เล่น 1 คน ยืนในแดนของตนเอง

อุปกรณ์การเล่นตะกร้อ

อุปกรณ์การเล่นตะกร้อประกอบด้วย

  • ลูกตะกร้อ ทำด้วยหวายหรือพลาสติก มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 17-18 นิ้ว
  • ตาข่าย ทำด้วยเชือกไนลอน สูงจากพื้น 1.5 เมตร กว้าง 1.06 เมตร
  • แดนเล่น ทำด้วยเส้นสีขาว ยาว 13.40 เมตร กว้าง 6.10 เมตร

นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์เสริมอื่นๆ เช่น ไม้ชี้นกหวีด หมวกป้องกัน ถุงเท้าป้องกัน และอุปกรณ์ป้องกันข้อต่อต่างๆ

ติดตามเรื่องตะกร้อเพิ่มเติม :: กีฬาตะกร้อ

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://tiengtrungmiedu.com

ประวัติตะกร้อ

#ประวัติ เซปักตะกร้อ
#ประวัติ กีฬา เซปักตะกร้อ
#ประวัติ ตระ ก้อ
#เซปัคตะกร้อของไทยคล้ายกับ#การเล่นตะกร้อของชาติใด
#ประวัติ และ กติกา เซปักตะกร้อ
#ประวัติ กีฬา ตะกร้อ ใน #ประเทศไทย
#ตระก้อ
#ตะกร้อเล่นกี่คน
#กติกา กีฬา ตะกร้อ