เทคนิคการเล่นตะกร้อ และทักษะการเล่นตะกร้อ

เทคนิคการเล่นตะกร้อ

1. ทักษะเบื้องต้น ที่มีฝึกในการเล่นตะกร้อ

เทคนิคการเล่นตะกร้อ

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.youtube.com

ขั้นตอนการฝึกการเล่นตะกร้อด้วยข้างเท้าด้านใน

1. ผู้เล่นเตรียมรับลูกที่ลอยมา โดยยืนทรงตัวแยกขาทั้งสองข้างย่อตัวลงเล็กน้อยตามองตรงไปยังลูกตะกร้อ ยกเท้าที่จะเตะให้ข้างเท้าด้านในขนานกับพื้นแล้วเตะลูกเป็นแนวตรงและเอนตัว ไปด้านหลัง

2. เมื่อลูกที่เตะลอยขึ้น ผู้เล่นย่อเข่าข้างที่ไม่ได้เตะ ให้เท้าที่จะใช้เตะอยู่ด้านหลังเหวี่ยงเท้าข้างที่จะเตะสัมผัสลูกด้วยข้าง เท้าด้านในเพื่อส่งลูกไปตามทิศทางที่ต้องการ

การเดาะตะกร้อด้วยหลังเท้า

หมายถึง การเตะตะกร้อด้วยหลังเท้า เบาๆ ซ้ำกันหลายๆครั้ง เป็นการเตะเพื่อบังคับลูกให้อยู่ใกล้ตัวในระดับสูงเกินสะเอว หลักการฝึกเช่นเดียวกับการเตะตะกร้อด้วยหลังเท้า แต่มีข้อแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ซึ่งมีหลักการเตะตะกร้อด้วยหลังเท้า ดังนี้

1. การเดาะลูกด้วยหลังเท้า ปลายเท้าที่เดาะลูกจะกระดกขึ้น และลูกตะกร้อจะถูกหลังเท้าค่อนไปทางปลายเท้าบริเวณโคนนิ้วเท้าทั้งห้า ใช้ปลายเท้าตวัดลูกตะกร้อให้ลอยขึ้นมาตรง ๆ

2. ยกเท้าที่เดาะลูกให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้

3. ขณะที่เดาะลูกควรก้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย

4. ควรฝึกเดาะลูกตะกร้อด้วยหลังเท้าให้ได้ทั้งสอง

การเดาะตะกร้อด้วยเข่า

ยืนในท่าเตรียมพร้อม มือถือลูกตะกร้อโยนแล้วเดาะด้วยเข่าข้างถนัดต่อเนื่องกันจนกว่าลูกตะกร้อจะ ตกพื้น แล้วหยิบลูกตะกร้อขึ้นมาเดาะใหม่ ปฏิบัติเหมือนเดิมหลาย ๆ ครั้ง เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า การเดาะด้วยเข่าข้างที่ถนัดดีแล้ว ให้เปลี่ยนเดาะด้วยเข่าข้างที่ไม่ถนัดบ้าง หรืออาจจะสลับการเดาะด้วยเข่าทั้งสองข้างก็ได้

การเล่นตะกร้อด้วยศีรษะ

เป็นทักษะพื้นฐานที่มีความสำคัญสำหรับการเล่นกีฬาเซปักตะกร้อเป็นอย่างมาก นิยมใช้ในการเปิดลูกเสิร์ฟ การรุกด้วยศีรษะ ( การเขก ) การรับ การส่ง การชงลูก หรือการตั้งลูกตะกร้อ และการสกัดกั้นหรือการบล็อกลูกจากการรุกของฝ่ายตรงข้าม ผู้เล่นจะต้องฝึกหัดการเล่นตะกร้อด้วยศีรษะได้หลาย ๆ ลักษณะ โดยเฉพาะผู้เล่นตำแหน่งหน้าซ้ายและหน้าขวา จะต้องเล่นตะกร้อด้วยศีรษะได้เป็นอย่างดี

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.gotoknow.org/

2. เทคนิคการเล่นตะกร้อ 6 อย่าง

เทคนิคการเล่นตะกร้อ

ขอบคุณรูปภาพจาก https://www.newsportolympic.com/5582-2/

1.การโหม่ง

นี่คือสกิลเริ่มต้นของคนที่พึ่งหัดเล่นตะกร้อ เพราะการใช้หัวโหม่งข้ามตาข่าย เป็นเรื่องง่ายที่สุด จากการที่เราอาจจะไม่ต้องกระโดดสูงมากนัก เพราะตาข่ายตะกร้อ ที่มีความสูงที่ 155 ซม. สำหรับผู้ชาย และ 145 ซม. สำหรับผู้หญิง การโหม่งทำคะแนน ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการเริ่มต้น แม้ว่าจะไม่ได้มีความรุนแรงและหวังผลได้ทันที แต่ลูกโหม่งก็สามารถพัฒนาขึ้นไปได้เรื่อยๆ และถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผู้เล่นตำแหน่งตัวฟาดควรมีติดตัวไว้ใช้ในยามขับคัน

2. การเหยียบ/ปาด

ภาษาตะกร้อ เรียกการ เหยียบ หรือ ปาด ว่าการ “ข้ามเขียว” สาเหตุก็มาจากการที่ส่วนใหญ่จะใส่รองเท้าผ้าใบยี่ห้อนันยาง ที่ทุกคนรู้จักกันดี ซึ่งพื้นรองเท้าจะเป็นสีเขียว สำหรับการ เหยียบ หรือ ปาด ถือเป็นท่าที่นิยมในตะกร้อยุคก่อน ตั้งแต่สมัยที่ใช้ลูกหวาย และคนที่โด่งดังมากที่สุด คือ “วีรัส ณ หนองคาย” ที่ใช้ลูกเหยียบและปาด ทำแต้มต่อกรกับคู่แข่งจนสร้างความสำเร็จมามากมาย ขณะที่ปัจจุบันก็มี “มัสยา ดวงศรี” ตัวชงหญิงทีมชาติไทย ที่ใช้ลูกนี้ฉวยโอกาสทำคะแนนบ่อยๆ

ทำอย่างไร? : การเหยียบ ในช่วงเริ่มให้เตะขาข้างที่ใช้เหยียบขึ้นตรงๆ แล้วกะจังหวะที่ลงให้ฝ่าเท้าตรงกับลูกเพื่อกระทบลูกตะกร้อให้ข้ามตาข่าย โดยสามารถพัฒนาไปเป็นการสะบัดข้อเพื่อเพิ่มน้ำหนัก รวมไปถึงกระโดดเหยียบเพื่อเพิ่มความหนักหน่วง

ปาด จะใช้วิธีหันข้างเข้าหาเน็ตดูที่ลูกจังหวะตกลงแล้วใช้ขาข้างที่จะปาดเหวี่ยงเป็นวงคล้ายๆการเสิร์ฟ เพื่อให้มีความหนักหน่วง 

3.เตะครึ่งรอบ

หากคุณเป็นนักตะกร้อที่ฝึกฝนมาตั้งแต่เด็ก ก่อนที่จะกระโดดตีลังกาฟาดได้นั้น คุณควรจะเริ่มจากเตะครึ่งรอบ โดยถือเป็นท่าที่ไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่าย เพราะต้องอาศัยจังหวะและความแม่นยำในการเตะให้โดนลูก ซึ่งส่วนใหญ่การเตะครึ่งรอบจะเหมาะกับผู้หญิง ที่ไม่ต้องใช้แรงมากนัก แต่ก็เป็นการทำคะแนนที่หวังผลได้

4.เตะซันแบ็ค (ไทย)

หากพูดถึงลูกซันแบ็ค ทุกคนคงนึกถึงมาเลเซียที่เป็นต้นตำรับการใช้ท่านี้ แต่จริงๆแล้วในไทยเอง การเตะซันแบ็ค ก็ใช้กันแพร่หลายเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นฝั่งนักกีฬาหญิงที่ใช้ท่านี้เป็นท่าหลักในการทำคะแนน โดยความแตกต่างของท่าซันแบ็คแบบไทย กับ มาเลเซีย ของไทยเองจะใช้การกระโดดสลับขาเพื่อเตะลูกแบบตรงๆตัว อาจจะมีบิดออกบ้างแต่ไม่มากนัก

ทำอย่างไร? : หันหลังชิดตาข่าย กระโดดพร้อมกับเตะขาข้างที่ไม่ถนัดขึ้นให้สูงที่สุดเพื่อทำให้ตัวลอยขึ้นจากพื้น หลังจากนั้นให้เหวี่ยงขาที่จะใช้ฟาดลูกสลับขึ้นมาตรงๆตัวเพื่อเตะลูก และใช้ต้นขาเพื่อบังคับทิศทางว่าจะไปในทิศทางใด

5.เตะซันแบ็ค (มาเลเซีย)

ซันแบ็คมาเลฯ คือ อาวุธเด็ดของคู่ปรับตลอดกาลของนักตะกร้อไทยเรา หนักหน่วง ทิศทางดี คือจุดเด่นของท่านี้ เพราะการซันแบ็คมาเลฯ ใช้การกระโดดขึ้นไปทั้งตัว และบิดเอวในจังหวะเตะลูก ซึ่งในยุคหลังๆ มีการพัฒนาไปจนแทบจะกระโดดขึ้นไปลอยเหนือตาข่าย แต่อย่างไรก็ดี ข้อเสียก็อยู่ที่จังหวะการลงพื้นที่ต้องใช้ทั้งสะโพกและแขนในการค้ำลงพื้น ซึ่งเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บ

ทำอย่างไร? : จังหวะกระโดดนั้นเหมือนกับการซันแบ็ค (ไทย) แต่จังหวะที่ลอยขึ้นไปเหนือตาข่าย ผู้เล่นจะต้องบิดทั้งเอวเพื่อให้ตัวหมุนก่อนจะเตะ และต้องอาศัยความยืดหยุ่นของร่างกายที่ค่อนข้างสูง

6.เตะครบรอบ

นี่คือสิ่งที่นักตะกร้อล้วนแต่ใฝ่ฝันและมุ่งมั่นฝึกฝนเพื่อเตะครบรอบให้ได้ เพื่อจะได้เป็นผู้เล่นในตำแหน่งตัวฟาด ทุกท่วงท่าลีลา ถือเป็นสิ่งสะท้อนถึงความพยายามล้มลุกคลุกคลานกว่าจะตีลังกาหน้าตาข่าย ทำแต้มให้กับทีมในสนาม ซึ่งท่านี้เองก็ถือเป็นท่าที่นิยมมากที่สุดในการเล่นตะกร้อทั่วโลก

ทำอย่างไร? : หากต้องอธิบายเป็นตัวหนังสือคงไม่เพียงพอสำหรับการฝึกขึ้นฟาด แต่หากคุณสามารถเตะครึ่งรอบได้แล้ว ก็สามารถต่อยอดได้ง่ายขึ้น โดยฝึกการกระโดดด้วยขาข้างไม่ถนัดแล้วใช้ขาถวัดเหวี่ยงข้ามเพื่อฟาดลูก โดยเริ่มจากกระโดดไม่ต้องสูงมาก แล้วพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ สามารถเริ่มจากการแขวนลูกตะกร้อ แล้วปรับระดับสูงขึ้นไปเรื่อยๆ หากมีพื้นนุ่มๆ หรือสนามหญ้า ก็ถือเป็นเรื่องดีที่จะช่วยให้เจ็บตัวน้อยลง

ติดตามเรื่องตะกร้อเพิ่มเติม :: กีฬาตะกร้อ